สลด!พ่อเกาหลีใต้ติดเกมฆ่าลูกวัย2ขวบ

19

สลด!พ่อเกาหลีใต้ติดเกมฆ่าลูกวัย2ขวบ
สลดพ่อเกาหลีใต้ติดเกมออนไลน์จะลงแดง ฆ่าลูกวัยสองขวบเศษกับมืออย่างโหดเหี้ยม ก่อนหิ้วศพใส่ถุงขยะไปทิ้งหน้าตาเฉย
เกิดเหตุสลดใจสืบเนื่องจากปัญหาติดเกมออนไลน์อีกครั้งในเกาหลีใต้ ล่าสุดเป็นกรณีพ่อวัย 22 ปีลงมือฆ่าลูกชายวัย 2 ขวบ 4 เดือนด้วยมือของตนเอง เพราะขัดใจที่ไปเล่นเกมร้านอินเทอร์เน็ตไม่ได้เนื่องจากลูกไม่ยอมนอน จากที่ในตอนแรกรายงานข่าวระบุว่า พ่อรายนี้ปล่อยลูกน้อยอดอาหารจนเสียชีวิตที่บ้าน ขณะตัวเองหมกตัวอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นเกมออนไลน์

ตำรวจเกาหลีใต้ที่เมืองแทกู ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ จับกุมผู้ต้องสงสัยรายนี้ซึ่งได้รับการเปิดเผยเพียงนามสกุลว่า ชอง หลังพบศพเด็กเน่าเปื่อยอยู่ในถุงขยะ ใกล้อพาร์ตเมนต์ที่พักของเขาในเมืองกูมิ จ.คยองซังเหนือ ใกล้กับเมืองแทกู เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(13 เม.ย.)

เบื้องต้นนายชองสารภาพว่า ลูกชายเสียชีวิตเพราะอดอาหาร จากนั้นนำศพไปทิ้งใกล้กับที่ทิ้งขยะ ห่างจากที่พักประมาณ 1.5 กิโลเมตร ตำรวจพบศพเด็กชายเคราะห์ร้ายในถุงขยะสองวันหลังจากนั้น

ต่อมาเมื่อค่ำวันอังคารตามเวลาในเกาหลีใต้ ตำรวจแทกูแถลงว่า นายชองสารภาพแล้วว่า เป็นคนลงมือฆ่าลูกชาย

นายชอง กล่าวว่า กำลังจะไปเล่นเกมที่ร้านอินเทอร์เน็ต หลังป้อนอาหารแล้วและพาเข้านอน แต่ลูกชายไม่ยอมนอน จึงบันดาลโทสะ และลงมือชกเด็กที่ท้องและตามตัวสามครั้ง ก่อนใช้มือกดจมูกและปากจนขาดใจตาย จากนั้นได้ใช้ผ้าห่มห่อศพไว้ และทิ้งไว้ที่ระเบียงอพาร์ตเมนต์นาน 24 วัน เมื่อศพเริ่มเน่าเปื่อยจึงตัดสินใจนำไปทิ้งเพราะเกรงว่าคนจะได้กลิ่น

ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ภรรยากับนายชองจึงแยกกันอยู่ หลังจากภรรยาได้งานทำที่โรงงานใกล้กับเมืองแทกูและเริ่มพักที่หอพักคนงานเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ จึงปล่อยให้สามีซึ่งเป็นคนว่างงานดูแลลูกชาย แต่นายชองกลับใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในร้านอินเทอร์เน็ต สองหรือสามวันจึงกลับมาบ้านเพื่อป้อนข้าว

เมื่อภรรยากลับมาเยี่ยมและถามหาลูกช่วงสุดสัปดาห์ นายชองอ้างว่าส่งลูกไปอยู่ศูนย์เลี้ยงเด็ก ต่อมา อ้างว่าเด็กหายตัวไปขณะเล่นอยู่นอกบ้าน แต่หลังจากตำรวจเริ่มสอบสวน เจ้าตัวจึงเปิดปากสารภาพเรื่องทิ้งศพลูก แต่ให้การเท็จในเบื้องต้นว่าปล่อยลูกอดอาหารจนเสียชีวิตเพราะตัวเองติดเกม

ตำรวจกล่าวว่า นายชองมีประวัติอาชญากรรม เคยก่อคดีลักขโมย ออกจากโรงเรียนมัธยมปลายกลางคัน ทำงานไม่ประจำในร้านอินเทอร์เน็ต เงินที่หาได้มาหมดไปกับเกมออนไลน์ และไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรมหลังแต่งงานมีลูกแล้ว

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อเกาหลีใต้อย่างมาก สถานีโทรทัศน์หลายช่องแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะนายชองอยู่ในลิฟต์อพาร์ทเมนต์ของเขา กำลังจัดแต่งผมหน้ากระจกด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน มือข้างหนึ่งหิ้วถุงขยะที่เชื่อว่าบรรจุศพลูกชายของตัวเองอยู่ภายใน

เหตุเศร้าสลดครั้งนี้อาจจุดประเด็นถกเถียงมากขึ้นอีกเกี่ยวกับปัญหาเสพติดเกมออนไลน์ ขณะที่รัฐสภาเกาหลีใต้กำลังพิจารณาร่างกฎหมายจัดให้เกมออนไลน์ เป็นสิ่งเสพติดชนิดใดชนิดหนึ่ง เหมือนยาเสพติด การพนันและแอลกอฮอล์

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรกในสังคมไร้สายอย่างเกาหลีใต้ เพราะเมื่อประมาณ 5 ปีก่อนมีคดีช็อกคนทั้งประเทศ เมื่อพ่อและแม่คู่หนึ่งปล่อยทารกวัย 3 เดือนอดอาหารจนตาย ขณะทั้งคู่เล่นเกมเลี้ยงเด็กเสมือนจริง และเมื่อสองปีที่แล้ว สตรีคนหนึ่งคลอดลูกในห้องน้ำของร้านอินเทอร์เน็ตที่เธอฝังตัวเล่นเกมหลายวัน และทิ้งทารกแรกเกิดไว้ที่นั่น
ผลสำรวจจัดทำโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์เมื่อปีที่แล้วพบว่า ร้อยละ 7 ของประชากร 50 ล้านคน มีความเสี่ยงสูงที่จะติดอินเทอร์เน็ต โดยกลุ่มวัยรุ่นมีความเสี่ยงในสัดส่วนสูงกว่าที่ร้อยละ 11.7 ผลสำรวจนิยามอาการเสพติดว่า ความรู้สึกกระวนกระวายอย่างรุนแรงหากไม่มีอินเทอร์เน็ต และใช้อินเทอร์เน็ตในระดับที่ก่อปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันปกติ

เฮไหนไปกันพร้อมหน้าครอบครัว

19

เฮไหนไปกันพร้อมหน้าครอบครัว
เฮไหนไปกันพร้อมหน้าครอบครัว : ไลฟ์สไตล์

แม้จะผ่านวันครอบครัวไป แต่ใช่ว่าจะเป็นเพียงวันเดียวที่จะใส่ใจซึ่งกันและกัน เพราะคนใกล้สำคัญที่สุด หลายๆ บ้านจึงไม่ต้องรอให้ถึงวันนี้ เพราะพวกเขายกให้ทุกวันเป็นวันของครอบครัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร เฮกันไปพร้อมพรั่ง ขาดหายใครไปสักคนถึงขั้น “งานกร่อย” ทีเดียวล่ะ…

ดูอย่างครอบครัว “พานิชสมัย” คุณแม่ “ใหม่” เกล็ดดาว บอกว่า ถือเป็นความโชคดีที่มีคุณพ่อและคุณแม่เป็นแบบอย่าง ท่านทั้ง 2 เป็นคนรักครอบครัว และยกให้ครอบครัวมาก่อนเสมอ ซึ่งตรงนี้สามารถนำมาใช้กับครอบครัวของตัวเอง อย่างเรื่องของความรักและความอบอุ่น ตัวเองและสามี (พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย) มีให้ลูกทั้ง 2 คน คือ “มัดหมี่” พิมดาว และ “มัดมุก” แพรดาว เต็มร้อยอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นเสมือนแก้วตาดวงใจ ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไร จึงกลายเป็นความผูกพันที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“ครอบครัวของเราใกล้ชิดและสนิทสนมกันจริงๆ ไม่ใช่แค่เพียงคำพูด แต่เป็นการกระทำและการแสดงออกที่สอดคล้องกันด้วย เรามักจะทำกิจกรรมร่วมกันเสมอ ทั้งยังเดินทางพร้อมหน้าทั้งในและต่างประเทศเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้เรายังปฏิบัติธรรมร่วมกัน จะสอนลูกให้นำธรรมะมาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเจอกับเหตุการณ์อะไรที่ไม่คาดคิด ต้องมีสติเสมอ ทั้งนี้แต่ละครอบครัวก็มีวิธีเลี้ยงและดูแลลูกที่ต่างกันออกไป จึงอยากฝากไปถึงครอบครัวอื่นๆ ไม่ว่าจะทำอะไรอยากให้นึกถึงครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าเราประสบผลสำเร็จในบ้าน เรื่องนอกบ้านไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการทำธุรกิจก็จะประสบผลตามมาอย่างแน่นอน” ตัวแทนครอบครัวพานิชสมัยกล่าว

ถัดมาที่ครอบครัวอารมณ์ดี ไม่ว่าไปไหนเป็นต้องได้เห็นกันพร้อมหน้าพร้อมตาเสมอ กับบ้าน “เศรษฐบุตร” ประกอบด้วย คุณพ่อ “ใหม่” สยาม – คุณแม่ “คริสตี้” คริสติน่า น้องไท และน้องทีน่า โดยครั้งนี้คุณแม่ยกมือขันอาสาเป็นตัวแทนครอบครัวเล่าถึงความรักและความผูกพันภายในครอบครัวว่า ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ครอบครัวต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าเพื่อนฝูงก็มีความสำคัญเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วครอบครัวคือสิ่งที่จะอยู่คู่กับเราไปจนวันตาย

“คงเป็นเพราะตัวเองได้รับการปลูกฝังจากคุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าไปไหนคุณพ่อคุณแม่จะพาเราไปด้วยเสมอ ทำอะไรก็ทำร่วมกัน เมื่อเราถูกเลี้ยงมาแบบนั้น พอมีครอบครัวของตัวเองก็เลยทำตามอย่างนั้นมาตลอด ไปไหนคริสตี้จะพาลูกๆ ไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่ลูกๆ ยังเล็ก มันเป็นเวลาที่มีความสุขมากจนอยากเก็บเกี่ยวไว้ให้นานที่สุด คริสตี้ไม่อยากให้ลูกๆ ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ มากเกินไป ไลฟ์สไตล์คนเมืองมีแต่เดินช็อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า เลยไม่อยากให้ลูกโตมาแบบนั้น คริสตี้อยากให้เขาได้สัมผัสธรรมชาติ เที่ยวทะเล เที่ยวภูเขา เที่ยวสวนสัตว์อย่างนั้นมากกว่า มันเป็นการสร้างความผูกพันในครอบครัวอย่างหนึ่งด้วย และการที่เราปลูกฝังให้เขารักครอบครัว เมื่อต่อไปเขาโตขึ้นแยกครอบครัวออกไป เขาก็จะรักครอบครัวของเขาเหมือนกัน” คุณแม่คนเก่งเล่าอย่างออกรส

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่เน้นในเรื่องการให้ความรักและความอบอุ่นแก่ลูกๆ ทั้ง 3 คนเป็นอย่างมาก ซึ่งคุณแม่ “นก” ภาณุมาศ ภรรยาคนสวยของนักธุรกิจหนุ่ม “กิ๊ด” ธีระเกียรติ จิราธิวัฒน์ คุณแม่ของ “น้องเฟน” อติภา “น้องฟร้อง” อิทธิวัฒน์ และ “น้องเฟบ” สุพิชชา บอกว่า สมัยนี้หลายๆ ครอบครัวพ่อแม่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ลูก แต่สำหรับเธอไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น พยายามให้เวลากับลูกๆ อย่างเต็มที่ เพื่อจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน

“ครอบครัวเราจะหาเวลาอยู่ด้วยกันเสมอ หากเวลาตรงกันอย่างช่วงปิดเทอมก็จะหาโอกาสไปเที่ยวด้วยกันทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ ถ้าเป็นต่างจังหวัดจะชอบไปทะเล เวลาไปก็จะทำกิจกรรมร่วมกัน นกมองว่าการทำกิจกรรมร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นมาก โดยเฉพาะช่วงที่ลูกๆ ยังเล็ก มันถือเป็นโอกาสทองของเราเลยที่จะได้อยู่ใกล้ชิดเขา เมื่อลูกๆ เริ่มโตขึ้นเขาก็จะมีเพื่อน ติดเพื่อน เด็กๆ เขาเรียกหาเรา แต่พอโตขึ้นเรากลับต้องเป็นฝ่ายเรียกหาเขา เวลามันจะย้อนกลับมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาให้เต็มที่ อีกอย่างที่ตอนนี้เราเริ่มตั้งกฎขึ้นมาใช้ในบ้านคือ เวลาที่ทานอาหารร่วมกัน ขอให้งดใช้โทรศัพท์มือถือ จะเห็นว่าทุกวันนี้คนพูดคุยกันน้อยลงกลายเป็นสังคมก้มหน้า แต่ละคนมัวแต่ดูโทรศัพท์ของตัวเอง บ้านเราเลยออกกฎนี้ขึ้นมาและพยายามทำให้ได้ด้วย” คุณแม่คนสวยบอกถึงวิธีการเลี้ยงลูกในแบบฉบับของตัวเอง

ขณะที่หัวหน้าครอบครัวศรีอรทัยกุล อย่าง “หนึ่ง” สุริยน ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าครอบครัวต้องมาเป็นอันดับ 1 เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรจะได้รับกำลังใจจากครอบครัว ทำให้มีจุดมุ่งหมายในชีวิตและการทำงาน ช่วยให้ครอบครัวเป็นปึกแผ่นมั่นคง ทั้งยังส่งผลในการประสานงานทุกอย่างให้ดีตามไปด้วย

“สำหรับครอบครัวผมยกให้เป็นอันดับ 1 เสมอ ผมจะเลี้ยงลูกทั้ง 2 คน คือ “น้องพูม” ภานุกร กับ “น้องพรู๊ฟ” ธนกร เหมือนเป็นเพื่อน มีอะไรพูดคุยปรึกษากันทุกเรื่อง จนเกิดเป็นความผูกพัน ถึงตอนนี้เขาจะไปเรียนเมืองนอก แต่ก็ยังโทรศัพท์หากันทุกอาทิตย์ หรือหากเขามีเรื่องจะปรึกษาก็จะโทรมาทันที ซึ่งเราก็พร้อมให้คำแนะนำตลอดเวลา เรื่องกิจกรรมในครอบครัวผมให้ความสำคัญมากเช่นกัน ไม่ว่าไปไหนจะพาเขาไปด้วยตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เพื่อให้มีเวลาใกล้ชิดกันและอยู่ด้วยกันเต็มที่ ครอบครัวผมจะชอบไปทะเล ชอบว่ายน้ำ เด็กๆ เขาจะชอบสกี คือทุกครั้งที่ไปเที่ยวกันคุณเมก้า ภรรยาผมเขาจะเป็นคนจัดทริป เวลาไปจะสนุกมากจนรู้สึกว่าเวลาผ่านไปรวดเร็ว” คุณพ่อหนึ่งเล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

ปิดท้ายที่ครอบครัว “สงวนสิน” โดยงานนี้คุณแม่ “หญิง” ศศมณฑ์ อาสาเป็นตัวแทนครอบครัวอบอุ่นถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟังว่า การดูแลครอบครัวของเราส่งต่อกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น อย่างตอนที่ยังเด็กไปไหนคุณพ่อคุณแม่จะพาไปด้วย แต่ไม่ได้มีเฉพาะพ่อแม่พี่น้องเราเท่านั้น แต่จะเป็นปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา รวมถึงลูกพี่ลูกน้องในวัยใกล้เคียงกันด้วย ภาพที่มองเห็นตลอดคือมีญาติๆ รุมล้อม ทุกคนในครอบครัวใกล้ชิดกันเกิดเป็นความรักและอบอุ่นที่ไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนกำแพงแก้วล้อมรอบ ทำให้รู้สึกปลอดภัยทุกครั้งเมื่ออยู่กับครอบครัว

“พอโตขึ้น เราตระหนักได้ว่า การอบรมสั่งสอนอย่างเดียวคงไม่พอ การทำให้ลูกมีแบบอย่างน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เราคงไม่ต้องพร่ำบอกอะไรมาก แต่สิ่งที่เขาเห็นจากการกระทำของพ่อแม่มันจะซึมซับสู่สายเลือดเขาเอง อย่างเมื่อก่อนพ่อแม่พาเราไปเจอญาติๆ บ่อย และทุกครั้งจะมีกิจกรรมร่วมกัน ทุกวันนี้หญิงก็จะพาลูกๆ ทั้ง 3 คน “น้องลี” สิริน, “หนึ่ง” ยศสวิน และ “อูโน่” สิรสรณ์ ไปพบปะญาติพี่น้องเสมอ ไม่จำเป็นต้องวันครอบครัว ส่วนเวลาไปเที่ยวต่างประเทศเราก็จะไปด้วยกันตลอด ล่าสุดที่ไปญี่ปุ่น น้องลีลูกสาวคนโต ซึ่งตอนนี้เรียนอยู่ที่ออสเตรเลียก็บินตามไปสมทบด้วย เราก็ไปเที่ยวพร้อมหน้ากันเหมือนทุกๆ ครั้ง อีกอย่างที่ตอนนี้หญิงและสามี (สมนึก สงวนสิน) รู้สึกดีมากๆ คือ เรามีโอกาสได้ดำน้ำอีกครั้ง หลังจากเลิกไปตั้งแต่มีลูก ตอนนี้เด็กๆ ได้ใบอนุญาตแล้ว เลยมีโอกาสดำน้ำพร้อมกันครั้งแรกเมื่อไม่นานนี้เอง ซึ่งประทับใจที่ได้กลับไปทำในสิ่งที่ชอบอีกครั้ง ทั้งยังได้ทำกับคนที่เรารักและรักเราด้วย” คุณแม่ลูก 3 บอกเล่าความประทับใจ

เมื่อความรักและความผูกพัน เริ่มต้นครอบครัว แล้วคุณล่ะ??? หันมาใส่ใจคนในครอบครัวหรือยัง???

‘สุเทพ’นำกปปส.ทำบุญสงกรานต์

20

‘กปปส.’ คึกคัก ร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ ‘สุเทพ’ นำมวลชนทำบุญตักบาตร ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เล่นน้ำรอบสวนลุมฯ

13 เม.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ที่เวที กปปส.สวนลุมพินี ได้จัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. พร้อมด้วยแกนนำ กลุ่มผู้ชุมนุม ร่วมกันทำบุญตักบาตร เนื่องในวันสงกรานต์ 13 เมษายน 2557 ที่หน้าเวทีปราศรัย โดยนิมนต์พระสงฆ์ จากวัดปทุมวนาราชวรวิหาร จำนวน 35 รูป ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสร็จพิธีทางศาสนาแล้ว แกนนำ ได้นำน้้ำมนต์จากวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น น้ำมนต์จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว กรุงเทพฯ วัดช้างให้ จ.ปัตตานี น้ำมนต์จาก วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นวัดของหลวงตามหาบัว เป็นต้น เทลงในภาชนะบรรจุน้ำขนาดใหญ่เพื่ิอให้ผู้ชุมนุมนำไปรดน้ำตัวเองเพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้นได้อัญเชิญพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานบนรถ แห่ไปรอบๆ หมู่บ้านในสวนลุมพินี เพื่อให้มวลชนได้สรงน้ำ และในช่วงบ่ายยังมีกิจกรรมบันเทิง เช่น การประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ การแสดงดนตรี รำวง ของกลุ่มผู้ชุมนุม ภายในพื้นที่

ส่วนการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชุมนุม ได้ห้ามนำอุปกรณ์การเล่นน้ำจากภายนอกเข้ามาเล่นภายใน เพื่อเป็นการป้องกันการเข้ามาสร้างสถานการณ์จากบุคคลที่ไม่หวังดี ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน

‘ลุงกำนัน’ ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า รอบสวนลุมฯ

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์ของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่สวนลุมพินี เป็นไปอย่างคึกคัก โดยในเวลา 12.40 น. นายสุเทพ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ของประชาชนที่นำมาบริจาคไว้เมื่ิอครั้งตั้งเวทีที่ราชดำเนิน ร่วมขบวนการอัญเชิญพระพุทธรูปที่ประดิษฐานบนรถยนต์ขับไปตามหมู่บ้านต่างๆ รอบสวนลุมพินี เพื่อให้ผู้ชุมนุมได้สรงน้ำพระพุทธรูป โดยมีแกนนำ กปปส.อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร รวมถึงแกนนำกปปส.คนอื่นๆ ร่วมเดินในครั้งนี้ด้วย โดยในระหว่างขบวนเคลื่อนก็มีบรรดามวลชนร่วมรดน้ำนายสุเทพและแกนนำ พร้อมทั้งเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน และในเวลา 15.00 น.ได้จัดกิจกรรมการประกวดคาราโอเกะแต่ละหมู่บ้าน จัดแสดงคอนเสิร์ต ลำซิ่ง จัดประกวดการแสดงแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก

ขณะที่บรรยากาศบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุมโดยเฉพาะที่ ถ.สีลม ซึ่งเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งที่มีผู้นิยมมาเล่นน้ำสงกรานต์นั้น ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีบรรดาผู้ค้าต่างนำอุปกรณ์เล่นสงกรานต์ อาทิ ปืนฉีดน้ำ ถังน้ำ แป้ง และดินสอพองมาวางจำหน่ายตลอด 2 ข้างทางของ ถ.สีลม โดยประชาชนต่างทยอยมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่บริเวณโดยรอบ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่เทศกิจมาคอยจัดระเบียบผู้ค้าขายอีกด้วย ส่วนการจราจรนั้นมีการปิดถนนสีลมตั้งแต่แยกศาลลาแดงถึงแยกนราธิวาสในช่วงบ่าย เพื่อจัดกิจกรรมสงกรานต์

กองปราบฯลงพื้นที่เมืองปทุมฯไล่ล่า “โกตี๋”หมิ่นเบื้องสูง

20

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบกรณีนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ ได้กระทำการลักษณะที่หมิ่นสถาบัน ทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน วันนี้ได้นำพยานหลักฐานไปขออนุมัติต่อศาลอาญาเพื่อออกหมายจับนายวุฒิพงศ์ ซึ่งศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานแล้วได้อนุมัติออกหายจับในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี คดีนี้มีอายุความ 15 ปี

สำหรับพยานหลักฐานที่เรานำไปขออนุมัติศาลออกหมายจับ มีทั้งคลิปวีดิโอทั้งภาพ และเสียงการให้สัมภาษณ์ของนายนายวุฒิพงศ์ พยานบุคคลที่ความรู้ด้านกฎหมาย รวทั้งประชาชนนับ 10 ปาก นับว่าคดีนี้มีหลักฐานมากเพียงพอ ได้แจ้งให้ทางคณะสืบสวนทราบว่าหมายจับออกแล้ว ซึ่งชุดสืบสวนมีทั้งของกองปราบปรามตำรวจภูธร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตามขั้นตอนต่อไป

เรื่องนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและกระทบกระเทือนจิตใจประชาขนทั่วประเทศ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนทุกฝ่าย ได้ดำเนินการคดีนี้อย่างรวดเร็ว รอบคอบ และรัดกุม ส่วนในความผิดฐานอื่น เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จะดำเนินการต่อไป จากการตรวจสอบกับทาง สตม.ยังไม่มีหลักฐานว่าผู้ต้องหารายนี้เดินทางออกนอกประเทศยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ต้องหาแต่อย่างใด สำหรับหมายจับศาลได้กำชับห้ามเผยแพร่ อย่างไรตามขณะนี้ฝ่ายสืบสวนของ บก.ป. ได้ลงพื้นที่ สภ.คูคต ปทุมธานี พื้นที่ภูมิลำเนาของนายโกตี๋ เพื่อตรวจค้นแล้ว.

แอร์ไม่เย็น วิตามิน อาหารเสริม

ไขปัญหาฯ : ผ่านหน้าร้อนอย่างแข็งแรง

19

ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : ผ่านหน้าร้อนอย่างแข็งแรง : โดย…หมอไพร

ฤดูร้อนมาถึงอีกครั้งของการหมุนเวียนเปลี่ยนฤดูกาล ตามการเพิ่มลดของยินหยางในธรรมชาติ เพื่อปรับความสมดุลของอากาศและสรรพสิ่งบนโลก

ฤดูร้อน เป็นช่วงที่หยางชี่ในอากาศมีมากที่สุด ทำให้อากาศเปลี่ยนจากอบอุ่นเป็นร้อน พอร้อนระอุ เผาน้ำในผืนดินระเหยขึ้นไปบนอากาศมาก ทำให้เกิดมีลมพายุฤดูร้อน และลูกเห็บตก ทำความเสียหายแก่ทรัพย์และบ้านเรือนผู้คนอย่างที่เราเห็นเป็นข่าว เมื่อพื้นดินร้อนอบอ้าว ร่างกายเราจึงรู้สึกอึดอัด หงุดหงิดไม่สดชื่น

คนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อยู่ระหว่างดินและฟ้า จึงได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนในฤดูร้อนอย่างแน่นอน แสดงออกให้เราเห็นดังนี้

1.การไหลเวียนเลือดดี ร้อนหยางชี่ลอยขึ้นถึงขีดสุด อุณหภูมิในร่างกายสูง ดันออกไปยังผิวภายนอก ชี่เลือดมุ่งไปทางผิวภายนอกมากที่สุด เราจะเห็นเส้นเลือดที่ผิวหนังนูนเห็นชัด ชีพจรและ หัวใจเต้นแรง เราจึงไม่ควรออกกำลังกายมากเกินไป ไม่อยู่กลางแดดนานเกินไป จะทำให้เมาแดดเมาความร้อนได้ง่าย ไม่อยู่ในที่แออัด ให้พยายามอยู่ในที่ที่มีลมโกรกมากที่สุด การเล่นน้ำสงกรานต์ท่ามกลางแดดร้อน สาดน้ำเย็นๆ จะทำให้ปวดหัวแดด เป็นหวัดแดด ควรเล่นอย่างระมัดระวัง

2. เหงื่อออก เพราะร้อนรูขนเปิด ระบายร้อนออกไปตามเหงื่อ หน้านี้เหงื่อจะออกง่ายและมากกว่าฤดูอื่น เหงื่อกลั่นมาจากสารน้ำสารเหลวในร่างกาย และสารน้ำสารเหลวมีแหล่งที่มาเดียวกันกับเลือด แล้วเลือดควบคุมโดยหัวใจ จึงมีคำกล่าวว่า “เหงื่อคือน้ำของหัวใจ” เหงื่อออกมากเกินไป จะทำให้ชี่หัวใจถูกทำลาย จึงรู้สึกอ่อนเพลีย ในช่วงที่เหงื่อออกมาก ไม่ควรถูกลม จะทำให้เป็นหวัด ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัด จะทำให้รูขนปิด เหงื่อแห้งเร็วเกินไป เป็นหวัดง่าย

3.ทั้งฤดูร้อนยังเป็นฤดูที่เกี่ยวกับหัวใจ ดังนั้นฤดูร้อนที่ทำให้เหงื่อออกมากจึงส่งผลให้ยินหยางหัวใจสับสน ชี่เลือดไหลเวียนดี หัวใจทำงานหนัก ดังนั้น หลีกเลี่ยงไม่ให้เหงื่อออกมากเกินไป เป็นการรักษาน้ำของหัวใจที่ดีที่สุด ขณะเดียวกันต้องเพิ่มเติมน้ำให้เพียงพอ ไม่ควรกินอาหารและดื่มเครื่องดื่มเย็นเกินไป ทำให้รูขนปิด ทำให้เส้นเลือดหด หรืออาจเป็นตะคริว นอกจากเป็นหวัดแล้ว ร้ายแรงกว่านั้นจะทำให้เลือดเลี้ยงหัวใจไม่พอจากเส้นหดตัวเป็นตะคริวเพราะความเย็น อันตรายสำหรับผู้ที่หัวใจไม่แข็งแรง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว จะกำเริบได้ง่าย

สล็อตออนไลน์ แทงบอล เครื่องถ่ายเอกสาร

‘โค้ง100ศพ’ภูหินกองล้อมคอกสงกรานต์

19

‘โค้ง100ศพ’ภูหินกอง ล้อมคอกสงกรานต์’ใช้สติก่อนสายเกินแก้’
จากอุบัติเหตุรถบรรทุกสิบล้อเบรกแตกแหกโค้งพุ่งชนราวกระแพงกั้นบริเวณถนนสายวังสะพุง-ภูเรือ บริเวณบ้านกกบก หมู่ 5 ต.หนองงิ้ว อ.วังสะพุง จ.เลย มีผู้เสียชีวิต 13 คน บาดเจ็บ 15 คน อุบัติหตุครั้งนี้ถือเป็นสิ่งสะเทือนใจ แต่สำหรับชาวบ้านผู้ใช้รถใช้ถนนในละแวกดังกล่าวกลับพบเห็นภาพสยดสยองจนเรียกว่าชินตา ถึงขนาดขนานนามจุดเกิดที่เป็นเส้นทางมรณะว่า “โค้ง 100 ศพ”

โค้ง 100 ศพแห่งนี้ ถือเป็นจุดที่เสี่ยงภัยที่อันตรายสุด เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงมีเหวลึก ทำให้หน่วยงานราชการต้องติดป้ายเตือนประชาชนบริเวณสองข้างทาง โดยระบุว่า เป็น “โค้งอันตราย” ผู้ขับขี่ควรใช้ความเร็วต่ำ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่วายที่จะต้องมีผู้มาสังเวยชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่านับร้อยศพ

ทั้งนี้ หากจะว่าไปแล้ว ถนนเส้นนี้ถือเป็นเส้นทางที่คนสัญจรกันมากเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะเส้นทางดังกล่าวถือเป็นทางลัดที่จะไปภาคเหนือโดยใช้เส้นทางขอนแก่น-เมืองเลย โดยขึ้นจากวังสะพุง เลี้ยวซ้ายไปทางภูหลวง ก่อนจะไปลงที่ภูเรือ จากนั้นต่อไปยังด่านซ้ายและเข้าเพชรบูรณ์ได้ทันที ทำให้สามารถร่นระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร

โค้ง 100 ศพนี้ เริ่มเป็นที่กล่าวขวัญเมื่อปี 2535 ซึ่งก่อนหน้านั้นถนนสายนี้ยังเป็นลูกรัง ขาดการพัฒนา ปรับปรุง อุบัติเหตุแรกที่ได้รับการขนานนามว่าน่าสะพรึงกลัว คือ รถบรรทุกน้ำอัดลมแหกโค้งลงเนินมีผู้เสียชีวิต 2 คน จากนั้นโค้งแห่งนี้ได้กลืนกินไปอีกหลายชีวิต อาทิ เหตุการณ์รถหมอลำตกเหวมีเสียชีวิต 10 คน หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุรถนักเรียน-ครูตกเหวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทุกครั้งจะมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันถนนสายนี้ได้สร้างเพิ่มเติมเป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจร มีเส้นทางเท้า ขอบถนน และเส้นกลางชัดเจน เพราะระยะทางจาก อ.วังสะพุง-อ.ภูเรือ ประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นทางราบ และทางขึ้นภูเขา โดยเฉพาะทางขึ้น-ลงจาก “ภูหินกอง” ถือเป็นจุดของ “โค้ง 100 ศพ” มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร โดยแต่ละจุดเป็นทางลาดชัน เป็นทางลงภูเขา โค้งหักศอก ทางเอียง ซึ่งตลอดระยะทางจะมีป้ายแจ้งเตือนอุบัติเหตุไว้ทางด้านบนของถนน นอกจากนี้ยังมีศาล 5 แห่ง เพื่อเตือนสติว่า โค้งดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุที่สร้างความสูญเสียมามากแล้ว

นางผัน แก้วกัณหา อายุ 66 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 ต.หนองงิ้ว อ.วังสะพุง จ.เลย บอกว่า เมื่อก่อนที่ยังไม่มีการพัฒนาถนน และจุดโค้ง 100 ศพ ทางราชการได้ว่าจ้างชาวบ้านให้ช่วยโบกรถเพื่อเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบว่า “เขตอันตราย” ขอให้ขับอย่างระมัดระวัง แต่ปัจจุบันเลิกจ้างไปแล้ว

“จุดแห่งนี้คือ “ภูหินกอง” ชาวบ้านเชื่อกันว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกปักรักษาอยู่ โดยคำว่า “หินกอง” นั้นบรรพบุรุษบอกว่า เมื่อก่อนชาวบ้านมีอาชีพเลี้ยงวัว-ควาย จะเดินทางผ่านจุดนี้ไปยัง อ.ภูเรือ และจะแวะสักการะเจ้าปู่ โดยนำหินมากองไว้ เพื่อให้คุ้มครองปกป้อง หากใครไม่นำหินมากองไว้ วัว-ควายจะล้มและตาย ทำมาค้าขายไม่ขึ้น และจะประสบเหตุร้าย แต่นี่เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้าน แต่ต่อมาทางราชการได้ตัดถนนใหม่จากนั้นได้รื้อศาลที่ชาวบ้านสร้างไว้ออกหมด” นางผัน กล่าว

เช่นเดียวกับ นายเกษม สัจจารักษ์ ผู้อำนวยการทางหลวงชนบทจังหวัดเลย บอกว่า ถนนเส้นนี้อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบท ส่วนสาเหตุต้องสร้างโค้งหักศอก เพราะเป็นเนื้อที่แคบ โดยอุบัติเหตุที่เกิดส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุก และรถบัสที่ใช้เบรกลม และจะเกิดช่วงทางลงเขา แต่ทางขึ้นจะเกิดเหตุน้อยมาก

“ในปีนี้ทางหลวงชนบทจังหวัดเลยได้ประกาศห้ามรถบรรทุกผ่านเส้นทางนี้ โดยใช้ไฟส่องสัญญาณคอยเตือนภัย นอกจากนี้ยังปรับพื้นถนนให้ซับน้ำได้ดี พร้อมตีถนนเส้นสีแดงกำกับ ตามด้วยทำร่องข้างถนนที่มีทรายมวลหยาบอัดไว้ เมื่อรถวิ่งผ่านร่อง จะทำให้ล้อหนืดหยุดนิ่ง ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นการป้องกันการขับรถหลุดโค้ง” นายเกษม สัจจารักษ์ กล่าว

ขณะเดียวกันในด้านการปรับปรุงพัฒนาถนน เพื่อลดอุบัติเหตุนั้น พบว่า ปี 2557 กรมทางหลวงชนบทได้รับงบประมาณจำนวน 27 ล้านบาท ในการพัฒนาถนนบริเวณทางขึ้น-ลงภูเขาก่อนจะถึงจุดโค้ง 100 ศพ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการใช้มาตรการกวดขันวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วลงเหลือ 40 กม./ชม. พร้อมปรับสภาพถนด้วยการเสริมคอนกรีต เพื่อให้รถที่วิ่งผ่านเกาะถนนและป้องกันการลื่นไถลขณะขับรถในเวลาฝนตก

ส่วนโครงการระยะยาว คือ การตัดถนนให้เป็นทางตรง เพราะตามหลักวิศวกรกำหนดให้ทางชันต้องไม่เกิน 8% แต่จุดโค้ง 100 ศพ มีความชันถึง 18% จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่หลายหน่วยงานต้องช่วยกันคิด เพราะถนนเส้นนี้ยากต่อการตัดถนนให้เป็นทางตรง เนื่องจากอยู่บนภูเขา อีกทั้งในอดีตถนนเส้นนี้ ทาง รพช. ตัดไว้เพื่อบริการประชาชนชนในภาคขนส่งการเกษตร แต่ต่อมาประชาชนใช้กันมากขึ้น เพราะสามารถย่นระยะทางจากวังสะพุงไปยังภูเรือได้กว่า 30 กม. โดยไม่ต้องผ่านเข้าตัวจังหวัดเลย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาล “สงกรานต์” ที่จะถึงนี้ สำนักงานทางหลวงชนบทได้จับมือกับ อบต.หนองงิ้ว กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจ ผกก.สภ.วังสะพุง ผุดมาตรการเข้มเพื่อกวดขันวินัยจราจรด้วยการเพิ่มป้ายเตือนอุบัติเหตุในช่วงถนนก่อนถึงจุดอันตราย พร้อมคำสั่งห้ามรถตั้งแต่หกล้อขึ้นไปสัญจรบนถนนเส้นนี้เด็ดขาด นอกจากนี้ยังสร้างห้องสุขา และศาลาพักผ่อนเพิ่มเติมในจุดพักรถก่อนถึงโค้ง 100 ศพ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดซ้ำรอย

คงได้รู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของโค้ง 100 ศพ กันมากขึ้น ซึ่งการปรับปรุงแก้ไขเพื่อลดอุบัติเหตุนั้น ทุกฝ่ายคงต้องช่วยกันระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้ เหนือสิ่งอื่นใดที่จะช่วยปัดเป่าไม่ให้อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำซาก คงหนีไม่พ้น ตัวของเราเอง ที่ต้องใช้รถใช้ถนนอย่างมีสติ ไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างคร่งครัด ซึ่งหากทำได้เช่นนี้เชื่อว่า “โค้ง 100 ศพ” คงจะเลือนหายไปในไม่ช้า…!

แสตมป์ชวนเด็กเป็นฮีโร่พิทักษ์โลก

19

ไลฟ์สไตล์ : แสตมป์ชวนเด็กเป็นฮีโร่พิทักษ์โลก

ความมหัศจรรย์ของ “แสตมป์” แม้มีขนาดเล็กๆ ทว่ากลับบรรจุไปด้วยเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ วาระพิเศษ หรือพิธีการสำคัญ หากเปรียบได้ก็ไม่ต่างจากหนังสือ ยิ่งอ่านยิ่งรู้เยอะ ด้วยเหตุนี้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จึงจัดกิจกรรม “ตะลุยโลกแสตมป์” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ด้อยโอกาส เยาวชนในครอบครัวไปรษณีย์ ตลอดจนเยาวชนทั่วไป ได้ร่วมเรียนรู้โลกกว้างผ่านตราไปรษณียากรชุดสำคัญ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไอ แอม แสตมป์ ฮีโร่” โดยเปิดเวทีแถลงข่าวขึ้นเมื่อวันก่อน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ในงานหลังจากน้องๆ เยาวชนเปิดเวทีด้วยการแสดงชุด “ไอ แอม แสตมป์ ฮีโร่” แล้ว วิบูลย์ เสรีชัยพร ผู้จัดการฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวถึงแรงบันดาลใจที่ตั้งโจทย์ให้เป็น “ไอ แอม แสตมป์ ฮีโร่” ก็เพื่อต้องการสร้างการรับรู้และปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชนในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งที่มีคุณค่ารอบตัวผ่าน 3 คอลเลกชั่นแสตมป์ ได้แก่ แสตมป์ชุด 60 ปี องค์การสวนสัตว์ ชุดวันอนุรักษ์มรดกไทย (หัวโขน) และ ชุด 100 ปี การประปาไทย ขณะเดียวกันก็ต้องการบอกแก่น้องๆ ว่า การเป็นผู้พิทักษ์ไม่จำเป็นต้องทำในเรื่องยิ่งใหญ่เท่านั้น แค่เป็นเรื่องใกล้ตัวก็สามารถเป็นฮีโร่ได้แล้ว

“สำหรับกิจกรรมครั้งนี้จะเปิดรับเด็กและเยาวชนในพื้นที่อายุระหว่าง 8-13 ปี เข้าร่วมจำนวน 100 คน โดยครั้งแรกนี้จะจัดขึ้นวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 ที่สวนสัตว์จังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมเรียนรู้และเห็นคุณค่าของสัตว์ป่า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นแสตมป์ที่สอดคล้องจึงเป็นชุด “60 ปี องค์กรสวนสัตว์” ส่วนกิจกรรมครั้งที่สอง เป็นกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับงานศิลป์ไทย ซึ่งเป็นมรดกของชาติจากแสตมป์ชุด “หัวโขน” ซึ่งเป็นศิลปะชั้นเอกของไทย ที่มีความละเอียดอ่อนมาก แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือการชุบหัวโขน โดยกิจกรรมครั้งนี้ เยาวชนจะได้เห็นการทำงานของช่างสิบหมู่ ที่ต้องใช้ความพยายามความสามารถมากเพียงไหนเพื่อให้ได้หัวโขนแต่ละหัวในวันที่ 19 กรกฎาคม 2557 ณ สำนักงานช่างสิบหมู่ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม” วิบูลย์ ให้รายละเอียด

และอีกหนึ่งกิจกรรม ผู้จัดการฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร เล่าว่า เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “100 ปี การประปาไทย” จัดขึ้นวันที่ 18 ตุลาคม 2557 ที่โรงผลิตน้ำสามเสนการประปานครหลวงไทย โดยเด็กๆ จะได้รู้จักกับ “น้ำประปา” ในเรื่องจุดกำเนิดและขบวนการผลิตน้ำ เพื่อรู้คุณค่าและปลูกจิตสำนึก รักษ์น้ำ การอนุรักษ์แหล่งน้ำ ทั้งนี้เยาวชนหรือผู้ปกครองที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถสอบถามรายละเอียดได้หลายช่องทาง อาทิ ที่ฝ่ายการตลาดตราไปรษณียากร

คุมเข้ม48จุดเสี่ยง’เพลิงไหม้’สงกรานต์

19

คุมเข้ม48จุดเสี่ยง’เพลิงไหม้’สงกรานต์ : สายตรวจระวังภัย ปฏิญญาเอี่ยมตาล
ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมาสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่รกร้าง ผ่านสายด่วน 199 เฉลี่ยวันละ 35 จุด ในจำนวนนี้มีหลายครั้งที่ไฟลุกลามไหม้อาคารบ้านเรือนของประชาชน สร้างความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

กรุงเทพมหานครจึงประสานความร่วมมือกับสถานีตำรวจนครบาลทั้ง88 แห่ง เพื่อร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ระมัดระวังเรื่องเพลิงไหม้ รวมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ให้เผาซากวัชพืชทุกชนิดในพื้นที่รกร้าง และจัดทำรั้วกั้นพื้นที่ของตัวเองป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกนำขยะมาทิ้งในพื้นที่ รวมทั้งขอความร่วมมือจากเจ้าของอาคารสูงทุกแห่งให้ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ โดยเฉพาะสายไฟฟ้าและปลั๊กไฟต่างๆ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เช่นเดียวกับระบบป้องกันอัคคีภัยต่างๆ ต้องมีความพร้อม

ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้อาจเกิดเพลิงไหม้ขึ้นอีกหลายจุดซึ่งกรุงเทพมหานครได้แจ้งเตือนพื้นที่เฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้ไว้ 48 จุด คือ 1.ใต้ทางด่วนแยกถนนสีลม 2.ถนนข้าวสาร 3.จุดเอเชียทีค 4.สมาคมเตชะสัมพันธ์ 5.ใต้สะพานข้ามทางรถไฟถนนพระราม 3 6.เซ็นทรัลเวิลด์ 7.วงเวียนโอเดียน 8.สวนลุมพินีไนท์พลาซ่า 9.ชุมชนกุหลาบแดง 10.อาร์ซีเอ พระราม 9 11.จัสโก้ ศรีนครินทร์ 12.เขตห้วยขวางทั้งหมด 13.ชุมชนซอยพึ่งมี 50 14.ถนนสุขุมวิท ตั้งแต่หน้าสถานีดับเพลิงพระโขนงถึงสี่แยกบางนา 15.เขตคลองเตยทั้งหมด 16.หน้า ม.รามคำแหง 1

17.หน้าเดอะมอลล์บางกะปิ 18.หน้านิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง 19.หน้าตลาดน้ำมหานคร ถนนทับยาว-คลองหลวงแพ่ง 20.ถนนนิมิตรใหม่-ถนนคลองสามวาตลอดสาย 21.หน้าตลาดมีนบุรี ถึงแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา 22.หน้าซาฟารีเวิลด์ จนถึงสำนักงานเขตคันนายาว 23.หน้า ม.รามคำแหง 2 บางนา และซอยเฉลิมพระเกียรติ 24.ถนนสุขุมวิท-ตราด สี่แยกบางนา-ตราด ถึงแยกทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ 25.ตลาดสดหนองจอก 26.เขตหนองจอก 27.ทางคู่ขนานมอเตอร์ขาเข้า-ออก 28.ม.เกษมบัณฑิต 29.โลตัส ประชาชื่น 30.หมอชิตใหม่ 31.ตลาดยิ่งเจริญ 32.ชุมชนซอยอมรพันธุ์ 9

33.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 34.สี่แยกสะพานควาย 35.ประตูน้ำ ถนนเพชรบุรี 36.ท่าวาสุกรี 37.ใต้สะพานพระราม 7 ถนนประชาราษฎร์ 38.สถานีรถบีอาร์ที ราชพฤกษ์ตัดแยกท่าพระ 39.ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ 40.โลตัส จรัญสนิทวงศ์ 41.เซ็นทรัล พระราม 2 42.สมาคมมิตรภาพบางแค 43.แม็คโคร จรัญสนิทวงศ์ 44.ชุมชนท่าดินแดง 14-16 45.กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 46.ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ หน้าซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 47.แม็คโคร บางบอน และ 48.เชิงสะพานพระราม 8

พื้นที่ทั้ง48 แห่ง กรุงเทพมหานครจะจัดเจ้าหน้าที่ออกตระเวนตรวจสอบเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ ขณะที่ตำรวจจะกวดขันจับกุมบุคคลที่มีพฤติการณ์เผาหญ้าหรือเผาวัสดุอื่นใดที่อาจเป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกลามสร้างความเสียหายให้แก่บุคคลอื่น โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 14,000 บาท

ส่วนบริเวณพื้นที่สองข้างทางของถนนหลวงสายต่างๆกรมทางหลวงได้ร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังสองข้างทางเพื่อป้องกันเพลิงไหม้ โดยเจ้าหน้าที่ชุดนี้จะเข้าไปดับไฟทันทีที่เกิดเพลิงไหม้สองข้างทางถนนหลวง โดยประชาชนผู้พบเห็นเพลิงไหม้สามารถโทรแจ้งสายด่วนกรมทางหลวงได้ที่ 1586 ตลอด 24 ชม.

เล่นหูเล่นตา:’เห็น-เป็น’

c5c86ijd59db8gcbk66b9

‘เห็น-เป็น’ : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย… เจนนิเฟอร์ คิ้ม

ฉันบอกพี่สาวฉันหลังจากฟังเรื่องราวของคนที่นางปลื้มจากการได้อ่านได้ฟังแล้วนางก็เอามาชื่นชม การผ่านโลกมาเกือบครึ่งศตวรรษของฉัน เรียกง่ายๆ ว่า “แก่!” มันทำให้ฉันต้องคิดให้ลึกและกว้างออกไปกว่าแค่เชื่อไปตามที่ใครบอกเล่า นั่นทำให้ฉันไม่ใช่คน “โลกสวย” มีเพียงโลกแห่งความจริงที่ไม่ง่ายอย่างใครคิด มันซับซ้อนและยุ่งยาก วุ่นวายหลายมิติ แม้ไม่ใช่โลกสวยแต่โลกนี้ก็ไม่ได้ร้ายจนเกินไปเกินกว่ามนุษย์จะรับไหว ทุกสิ่งในโลกใบนี้มี 2 ด้านเสมอ แม้แต่ในคนคนหนึ่งก็มีทั้งความดีและความชั่วผสมอยู่ในสัดส่วนที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีใครดีสุดๆ หรือเลวบริสุทธิ์ ทุกคนล้วนถูกหล่อหลอมด้วยผู้คนและเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มีแรงต้านความชั่วมากน้อยต่างกันตามต้นทุนความดีที่มีอยู่ในตัว บางคนดียังกับพระมาเกิด นั่นก็เพราะมีต้นทุนความดีในตัวสูง ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับความเลวร้ายใดๆ ความดีในตัวก็ไม่เปลี่ยน ยิ่งจะแข็งแรงและมั่นคงขึ้น(คนที่ดีแบบนั้นที่ฉันรู้จักในชีวิตคือ โก้ มิสเตอร์แซกแมน)…คนเราใช้ “การกระทำ” เป็นตัววัดว่าใครดีใครเลว มันเป็นเพียงมาตรวัดแบบผิวเผิน ไม่อาจตัดสินถูกผิดแท้จริงได้ คนบางคนทำไม่ดีเพราะถูกบังคับหรือเพราะความจำเป็นบางอย่าง และการกระทำดีของบางคนก็มีนัยแอบแฝง บางครั้งเราก็แยกไม่ออกว่า กระทำจริงหรือแค่… “แสดง” ช่างเถอะ!…ขอเพียงสิ่งนั้นเกิดประโยชน์ต่อสังคมและไม่มีผลข้างเคียงตามมา (ผลประโยชน์ในอนาคต)…นั่นก็ถือว่าทำดีแล้ว ดีกว่ามือไม่พายเอาเท้าราน้ำ คอยแต่จ้องจับผิดว่าทำดีเอาหน้า…เฮ้อ !…ไม่สงสัยสักเรื่องก็ไม่มีใครว่าโง่มะ! ถ้าจะต้องจับผิดใครก็ควรหันมาจับที่ “ใจ” เราเอง ทำไมจึงมีจิตอกุศล?ควรจะหยุดแล้วขัดเกลาใจตัวเองด้วยการมองคนในแง่ดีบ้าง ให้โอกาสและให้อภัยให้เป็น เพราะจิตที่เป็นกุศลก็คือบุญอย่างหนึ่ง การรักษาศีล 5 ให้ได้มันง่ายกว่าการตะเกียกตะกายไปทำบุญไกลๆ เป็นไหนๆ พระท่านสอนว่า “โจรที่ไหนก็ทำบุญได้ แต่การรักษาศีล คนดีเท่านั้นที่จะทำได้” เหนือกว่านั้นคือ “การให้อภัย” เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่เพราะเราจะต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้เสียก่อน ข้ามความโกรธ เกลียด เคียดแค้นและพยาบาทไปสู่หนทางแห่งการปล่อยวาง นั่นคือ “อภัย” (คนเขียนก็ทำไม่ค่อยได้หลายทีที่สวมวิญญาณ “อีสา” ให้สาสม) และเสียอะไรไปก็ไม่เท่ากับ “เสียกำลังใจ” ขออย่าเสียกำลังใจในการทำความดี แม้ไม่มีใครเห็นและไม่ได้อะไรตอบแทน เพราะ “คนดีต้องทำความดี” อย่างที่ในหลวงทรงสอนไว้

“พี่คนนี้เขาคงรวยมากเลยนะพี่” นังนุชนาฏ พูดถึงคนคนหนึ่งที่รู้จัก

“มองให้เห็นความจริงนุช อย่ามองแค่เปลือก คนที่พูดถึงเงินจำนวนมากๆ แต่งตัวดีๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรวยจริงเสมอไป มันเป็นเพียงภาพที่เขาสร้างขึ้นเพื่อสื่อสารกับคนภายนอก ต้องการให้เชื่อยังไงก็แสดงออกอย่างนั้น…คนรวยจริงที่พี่รู้จักนะแต่งตัวธรรมดาๆ และไม่เคยพูดถึงเรื่องเงิน เขารวยเลยขีดจะอวดใครแล้ว…”

“ไหนบอกพี่ทีซิ ถ้าไม่ได้บ้า คนประเภทไหนมานอนอยู่ข้างถนนแบบนี้?” ฉันถามกลับนังนุชบ้าง
“คนหนักไม่เอาเบาไม่สู้” นุชตอบ

คนทั่วไปที่เดินผ่านหน้าคนจรจัดที่นอนอยู่ข้างถนนจะรู้สึกอยู่ 2 อย่าง คือไม่รังเกียจก็สงสาร ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างหลังเพราะคนไทยใจดีและขี้สงสาร บ้างก็โยนเศษสตางค์ให้เอาไว้ซื้อข้าวกิน แต่ถ้าใช้ความคิดแทนอารมณ์ เราจะเห็นว่า แม้ในสังคมทุกวันนี้ที่เงินทองจะหายาก การแข่งขันสูง ทุกคนต้องต่อสู้ปากกัดตีนถีบ แต่ก็ยังมีงานสุจริตให้ทำอยู่ไม่น้อย ถ้าไม่เกี่ยงงานหนักและค่าแรงน้อยไม่คุ้มค่าเหนื่อย ก็จะไม่มีคนตกงาน “งานหนักไม่เคยฆ่าใคร” ถ้าจะตายก็เพราะใจไม่สู้! เหนื่อยก็หลับสักคืน ตื่นมาเรี่ยวแรงก็จะกลับมาเหมือนเดิม… เมื่อธรรมชาติได้สร้างอวัยวะ 32ให้แก่เราเพื่อขวนขวายดิ้นรนทำมาหากิน ให้ใจฮึดสู้ไว้ ให้ความฝันไว้ให้ไล่ตามหา ให้อุปสรรคไว้ฝ่าฟันเพื่อให้รู้ถึงศักยภาพในตัวเรา และไม่มีสิ่งใดในโลกที่หนักหนาเกินกว่าจะรับมือ ตราบเท่าที่ธรรมชาติสร้างโลกไว้ให้เป็นที่อยู่ของมนุษย์…จงปรับตัวเพื่อความอยู่รอด…และถ้าขี้เกียจจะสู้กับชีวิตก็มีแค่ 2 ทางเลือก หายใจแต่ไร้ตัวตนอยู่ข้างถนน หรือหยุดหายใจ…ความคิดฝันว่าจะร่ำรวยนั้นอยู่ปลายทาง ต้นทางต้องขยันทำวันนี้ให้ดีที่สุด อย่างน้อยแม้จะไม่รวยแต่ก็ “รอด” …บนโลกใบนี้เราต่างเป็นนักสู้ต่างสนามรบ เราอาจเป็นนักรบในสนามรบเล็กๆ ในขณะที่คนมั่งมีก็เป็นนักสู้ในสนามรบใหญ่ๆ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร จงพอใจในสิ่งที่เรามีและเป็น ส่วนความร่ำรวยนั้นต้องอาศัยสติปัญญา โอกาส โชควาสนา ซึ่งไม่ได้มีอยู่ในทุกคน ไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ต้องการ ในส่วนดีก็ยังมีส่วนเสีย เงินไม่อาจซื้อความสุขได้ สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ ถึงจะรวยล้นฟ้าตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ เหลือเพียงแค่ความดีความชั่วที่ยังคงอยู่ จะให้คนชื่นชมหรือสมน้ำหน้าก็ขึ้นอยู่กับว่าทำอะไรไว้ตอนที่ยังหายใจอยู่…ความร่ำรวยคือ “มูลค่า” แต่ความดีคือ “คุณค่า” คนรวยบางคนมีแต่คนเกลียด แต่คนดีมีแต่คนรัก ที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคนที่จะให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากกว่ากันระหว่างวัตถุกับจิตใจ…

ท่ามกลางผู้คนมากมายบนท้องถนน เราเห็นแต่เพียงภายนอก ไม่มีวันรู้ได้ว่าใครเป็นอย่างไร คนไหนเป็นคนดี คนไหนเป็นคนเลว เราไม่สามารถบังคับหรือตัดสินใครจากสิ่งที่เห็นได้ แต่เรารู้อยู่กับตัวว่าเราเป็นคนดีหรือคนชั่ว…นี่แหละที่สำคัญ!

‘บอย’บินเปิดเส้นทางไปกับ’บางกอกแอร์เวย์ส’

ehcf6a7hbh5575jbf7fa5

ตะลุยตะลอนกอง : ‘บอย’ บินเปิดเส้นทาง ‘เชียงราย’ ไปกับ ‘บางกอก แอร์เวย์ส’

กัปตันพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส นำทัพสื่อมวลชน พร้อมด้วยศิลปินดาราร่วมเป็นสักขีพยานเปิดบินเส้นทางใหม่ล่าสุด กรุงเทพฯ – เชียงราย

โดยมีการจัดกิจกรรมในช่วงเช้าเริ่มที่คณะจักรยาน 250 คัน ปั่นมารับคณะผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ ศิลปิน ดารา นำทีมโดย “บอย” พิษณุ นิ่มสกุล พร้อมด้วย ผู้จัดลครมากฝีมือ “ไก่” วรายุฑ มิลินทจินดา และนักแสดงจากละครเรื่องพ่อไก่แจ้ และ มาลีเริงระบำ พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนที่สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง และปั่นนำคณะไปสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จากนั้นผู้บริหารนำทีมปล่อยขบวนจักรยานที่อนุสาวรีย์ฯ ปั่นเที่ยวชมรอบเมืองเชียงราย ซึ่ง บอย ถือโอกาสออกกำลังกายปั่นล่วงหน้าไปเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร ไปที่วัดร่องขุ่น

และในช่วงเย็นก็จัดเป็นปาร์ตี้ต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยธีม Blue Country ที่ไร่บุญรอด เปิดงานด้วยกัปตันพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน และร่วมรับประทานอาหารสไตล์คันทรี บาร์บีคิว และอาหารพื้นเมืองที่จัดเตรียมไว้อย่างหลากหลาย ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก “ลูกหว้า พิจิกา” จากนั้นทีมผู้บริหาร และแขกผู้มีเกียรติร่วมกันปล่อยโคมลอยอย่างอบอุ่น

สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดให้บริการเที่ยวบินตรงจาก กรุงเทพฯ สู่เชียงราย ทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ-เชียงราย เวลา 07.35 น.และ 18.05 น. จากเชียงราย-กรุงเทพฯ เวลา 09.45 น. เวลา 20.10 น.